แจ็ค บราวน์ “เด็กฝรั่ง” กำลังออกอาละวาด

หนุ่มอินฟลูเอนเซอร์ชาวบริติชที่กรุงเทพฯ กำลังจี้ฟ้องหญิงสาวชาวไทยหลังจากถูกเธอวิจารณ์ในเฟสบุ๊ก

อินฟลูเอนเซอร์เชื้อสายบริติชในโซเชียลมีเดียอายุ 35 ปีที่อาศัยอยู่ที่กรุงเทพผู้เป็นที่รู้จักจากการโพสต์โผงผางบนโลกออนไลน์กำลังจี้ฟ้องหญิงไทยอายุ 25 ปีคนหนึ่ง โดยเขากล่าวหาว่าเขาถูกเธอบุลลี่เพียงเพราะเธอวิจารณ์ความย้อนแย้งของเขาบนเฟสบุ๊ก

แจ็ค บราวน์ตั้งชื่อตัวเองว่า “เด็กฝรั่ง” ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายดูน่ารักสำหรับเรียกวัยรุ่นชาวตะวันตกในไทย แจ็คเริ่มต้นมาอยู่ไทยในฐานะนักท่องเที่ยวแบ็คแพ็คเมื่อปี 2549 และพาตัวเองไปเจอปัญหาทันทีจากเหตุการณ์ที่เขาและคริส โกวอร์ด เพื่อนของเขาได้อ้างว่าเขาถูกแก๊งนักเลงไทยรุมทำร้ายด้วยปืนและมีดที่จังหวัดกระบี่

อ้างอิงจากที่เขาเล่าให้ตำรวจฟัง พวกเขายินยอมพร้อมใจซ้อนท้ายมอ’ไซค์ของแก๊งวัยรุ่นพวกนั้นเองเพื่อไปปาร์ตี้ แต่พอพวกเขาเปลี่ยนใจกลางทางเขาก็โดนรุมทำร้าย

มิสเตอร์บราวน์มีความพยายามสูงมากที่จะทำให้ทุกคนชอบเขาให้ได้ แน่นอนล่ะ เพราะนั่นมันอาชีพเขา ดังนั้นเป็นไปได้ว่าเพื่อนใหม่ของเขาในไทยตอนนั้นเข้าใจไปเองว่าเขาเป็นมิตรที่ดี และก็ต้องผิดหวังสุดๆ ตอนที่เขาถอนตัวไม่ไปสังสรรค์ด้วยจนผิดใจทะเลาะกันแล้วเผลอเอาปืนและมีดมาขู่ใส่ อย่างไรก็ตามน่าจะมีคำอธิบายอื่นๆ อีกมากมายที่เป็นสาเหตุของเหตุการณ์ในคืนนั้น

อย่างไรก็ตามมิสเตอร์บราวน์ไม่ได้เข็ดขยาดจากเหตุการณ์นั้นแต่อย่างใด ตรงกันข้าม เขาตัดสินใจลงหลักปักฐานอยู่ที่ไทยและเรียนรู้ภาษาไทยจนคล่องแคล่วโดยเฉพาะภาษาวัยรุ่น ยิ่งไปกว่านั้นเขายังวางคาแรกเตอร์ตัวเองให้เป็นที่รักของสาวๆ ชาวไทยโดยสร้างภาพความเป็นพี่ชายแสนดีและแฟนหนุ่มฝรั่งในฝันที่พูดจาภาษาไทยชวนเคลิบเคลิ้มวาบหวาม

จังหวะชีวิตของเขายังพอดีอย่างมากด้วย เพราะว่าตอนที่เขาสร้างตัวตนตัวเองช่วงนั้นประจวบเหมาะกับตอนที่โซเชียลมีเดียกำลังเริ่มบูมพอดี ดังนั้นเขาเลยได้เป็นอินฟลูเอนเซอร์ชาวต่างชาติคนแรกๆ ในประเทศไทย

มิสเตอร์บราวน์วางการตลาดของตัวเองว่าเป็น “ฝรั่งหัวใจไทย” และแสวงหาความนิยมจากคนไทยจากการโหนเจ้า แสดงตัวเองว่าเคารพรักในหลวงภูมิพล

ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา เขาก็เริ่มโพสต์ข้อความสรรเสริญในหลวง พูดว่าก่อนหน้านี้เขาไม่เคยเจอใครที่น่ายกย่องชื่นชมเท่ากับในหลวงภูมิพลมาก่อน เชื่อว่าพระองค์ทรงงานอย่างหนักหน่วงตลอดชีวิตของท่านเพื่อพัฒนาประเทศ มิสเตอร์บราวน์บอกว่าเขาได้แรงบันดาลใจเรื่องนี้จากหนังสือ King Bhumibol Adulyadej: A Life’s Work ซึ่งที่จริงแล้วเป็นหนังสือโฆษณาชวนเชื่อ แถมเขายังบอกอีกว่ารักราชวงศ์ไทยมากๆ จนเหล่าคนนิยมเจ้ากระโดดรับคำชื่นชมสรรเสริญนี้ทันที

ยิ่งกว่านั้นมิสเตอร์บราวน์ยังเริ่มไล่ด่าโจมตีคนที่เขาคิดว่าเป็นปฏิปักษ์กับราชวงศ์ไทยด้วย เช่นเขาเคยด่าคุณโรสฉัตรวดี อมรพัฒน์ หญิงไทยในลอนดอนที่เป็นที่รู้จักจากการโพสต์คลิปด่าในหลวง ถึงแม้ก่อนหน้านี้มีคนตั้งข้อสังเกตว่าคุณโรสอาจมีปัญหาเรื่องสุขภาพจิตบ้าง แต่สำหรับคนรักเจ้า

คุณโรสกลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของพวกเขาทันที มิสเตอร์บราวน์เองก็กระโดดร่วมวงล่าแม่มดด้วยการโพสต์คลิปด่าอวดทักษะการใช้ภาษาไทยแพรวพราวในทางที่ผิดเพื่อโจมตีและด่าลดทอนความเป็นมนุษย์ของคุณโรสด้วย

ตัวผมเองก็เคยโดนเขาโจมตีในปี 2557 ด้วยเช่นกัน เนื่องจากว่าตอนนั้นผมกำลังจะตีพิมพ์หนังสือบอกเล่าความจริงเกี่ยวกับราชวงศ์ไทย ซึ่งนั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้รับรู้ว่าเขามีตัวตนอยู่ หลังจากที่เขาโดนกระแสตีกลับจากการอาละวาดหยาบคายใส่ผมเขาก็ลบโพสต์และบล็อคผมไป และด้วยความสัตย์จริงผมก็ลืมเขาไปแล้วด้วยซ้ำ จนกระทั่งมีเรื่องนี้ขึ้น

ในช่วงนั้นเขาก็ยังคงโปรโมทตัวเองเป็นชาวต่างชาติผู้รักสถาบัน เทิดทูนภูมิพลว่าเป็นผู้เสียสละทำเพื่อความเจริญของชาติต่อไป

ในตอนที่กษัตริย์ภูมิพลใกล้สวรรคตในปี 2559 มิสเตอร์บราวน์ของพวกเราก็แสดงบทบาทเศร้าท้อแท้และผลิตคอนเท้นท์โหนเจ้าลงเพจตัวเองจำนวนมาก

มิสเตอร์บราวน์อาศัยความถนัดในการใช้ภาษาไทยและการนิยมเจ้าอย่างออกนอกหน้าสร้างฐานแฟนในโซเชียลมีเดียเขาได้มากพอสมควร เขามีคนติดตามในเฟสบุ๊กถึงหนึ่งล้านสองแสนคน มีคนตามในอินสตาแกรมถึงหนึ่งแสนสองหมื่นกว่าคน และนอกจากนี้ยังมีอีกสามแสนเจ็ดหมื่นคนที่ติดตามเพจ “Team Chester” ซึ่งเป็นเพจเอาไว้นำเสนอชีวิตสุดจะเพอร์เฟคของเขากับแฟนสาวชาวไทย สุนัขกับตัวเมียร์แคทที่เขาเลี้ยง รวมถึงคอนเท้นท์การผจญภัยและท่องเที่ยวสุดหรูหรา

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ มิสเตอร์บราวน์มีความกระเสือกกระสนที่จะทำเงินจากการที่เขามีคนติดตามเขามาก เมื่อปี 2557 เขาพยายามจะตั้ง “มูลนิธิเด็กฝรั่ง” พร้อมกับสโลแกนฝืนๆ ว่า “Help us help them” แผนของมิสเตอร์บราวน์ก็คือเพื่อรับเงินบริจาคจากผู้ที่ติดตามเขาแล้วแบ่งเอาบางส่วนไปมอบให้คนไทยเพื่อสร้างภาพให้เขาเป็นคนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่พร้อมช่วยเหลือ ทั้งที่ตัวเขาเองก็ไม่ได้เป็นผู้รู้ว่าควรใช้เงินอย่างไรให้เป็นประโยชน์กับคนไทยจริงๆ

แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้เข็นกองทุนการกุศลนั้นออกมา เพราะเขาได้รู้ว่าวิธีทำเงินที่ดีกว่าตั้งมูลนิธิก็คือการรับเงินโฆษณาสินค้าลงโซเชียลมีเดีย ซึ่งพอเมื่อเขาทำบนเฟสบุ๊กและอินสตาแกรมแล้วหลายครั้งเขาก็โดนจับได้ว่าเขาไม่ยอมบอกว่างานไหนได้รับจ้างมาบ้าง

เมื่อปี 2559 ทางเว็บข่าว Coconuts เคยเขียนบทความเกี่ยวกับอินฟลูเอนเซอร์ชาวต่างชาติไว้ และพูดถึงมิสเตอร์บราวน์ว่าเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยซื่อสัตย์ต่อบทบาทอาชีพคนรับงานโฆษณา

“คุณบราวน์โด่งดังในเรื่องการพูดจาโผงผางเป็นภาษาไทย เจ้าพ่อการบ่นชาวบริติชคนนี้บ่นได้ตั้งแต่เรื่องขนส่งมวลชนภูเก็ตไปยันศัลยกรรมความงาม แฟนฝรั่งเลวๆ นิสัยคนไทย ไปจนถึงโรงแรมสวยๆ บางครั้งคอนเท้นท์การโผงผางของเขาก็ดูจะรับค่าจ้างมา สำหรับคนไทยแล้ว คุณบราวน์เหมือนเป็นชาวต่างชาติที่เข้าถึงง่าย เมื่อไหร่ถ้าอยากรู้ว่าชาวต่างชาติคิดยังไงไม่ว่าจะกับเรื่องไหนในไทย คุณต้องไปถามแจ็คเด็กฝรั่ง และเขาก็เป็นตัวท็อปด้านนี้จริงๆ”

มิสเตอร์บราวน์นั้นพยายามสร้างภาพชีวิตสวยหรูเพอร์เฟคไม่ต่างจากอินฟลูเอนเซอร์ส่วนใหญ่ เพื่อให้แบรนด์สินค้าต่างๆ จ้างเขาโฆษณา โดยที่เขาเองก็ไม่จริงใจนักที่จะยอมรับว่านี่เป็นงานของเขา

มิสเตอร์บราวน์ชอบงัดมุกโหนเจ้ามาใช้เพื่อดึงดูดให้บริษัทต่างๆ มาจ้างเขาโฆษณา การสร้างบทบาทคนรักเจ้าของเขาช่วยให้เขามีที่ยืนเป็นชาวต่างชาติคนโปรดอยู่ในใจของพวกอนุรักษ์นิยมขวาจัดในไทย

แต่บางครั้งการทำคอนเท้นท์โผงผางของเขาก็ล้ำเส้นไปไกลและเป็นภาระน่าเหนื่อยหน่ายของเจ้าหน้าที่ เมื่อปี 2559 เขาเคยอ้างว่าโดนคนขับรถตุ๊กๆ ในภูเก็ตโขกค่าโดยสาร แต่สุดท้ายก็พบว่าเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดกันและเขาต้องโพสต์ขอโทษต่อสาธารณชน

แม้แต่หลังจากในหลวงภูมิพลตายและสถานการณ์ความนิยมในเจ้าเริ่มเปลี่ยนในยุคของวชิราลงกรณ์ มิสเตอร์บราวน์ก็ยังคงสวมบทบาทคนโหนเจ้าต่อไป

เมื่อตอนเดือนสิงหาคม 2562 เขายังโพสต์รูปเขาเองมอบของขวัญให้คุณแม่ของแฟนเขาเนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ โดยในรูปมีภาพในหลวงภูมิพลแขวนอยู่บนผนัง

ในช่วงปี 2563 กรุ๊ปรอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลสตลาดหลวงที่ตั้งขึ้นโดยปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการไทยที่ลี้ภัยอยู่ต่างประเทศก็บูมขึ้นมาในฐานะกลุ่มเฟสบุ๊กที่คนรุ่นใหม่สามารถรวมตัวกันวิพากษ์วิจารณ์กษัตริย์และราชวงศ์ได้อย่างเปิดเผย แถมความพยายามปิดกรุ๊ปโดยเผด็จการยิ่งทำให้กรุ๊ปนี้โด่งดังมากขึ้นไปอีก

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคมปีก่อน มีสุภาพสตรีคนหนึ่งเขียนโพสต์ถึงมิสเตอร์บราวน์ในกรุ๊ปรอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลสว่าชาวต่างชาติอย่างบราวน์ที่ก่อนหน้านี้ออกตัวโหนเจ้าอย่างแรงหายหัวไปไหนหมดไม่พูดถึงวชิราลงกรณ์และการเคลื่อนไหวทางประชาธิปไตยในไทยเลย เธอยังพูดด้วยว่าคนอย่างบราวน์ที่เป็นเซเลบฝรั่งในเมืองไทย ถ้ากลับประเทศตัวเองไปก็คงเป็นแค่คนธรรมดาไม่มีใครรู้จัก

จนเมื่อตอนต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา สุภาพสตรีท่านนั้นก็ได้รับหมายแจ้งว่าเธอถูกฟ้องหมิ่นประมาทโดยแจ็ค บราวน์ สุภาพสตรีท่านนั้น (จากนี้จะเรียกชื่อเล่นว่าฟีฟี่) บอกว่าการฟ้องนี้สร้างความเดือดร้อนให้เธอและครอบครัวมาก จนทำให้เธอถึงกับต้องใช้ยาระงับอาการวิตกกังวล

การหมิ่นประมาทในประเทศไทยเป็นความผิดทางอาญา ไม่ได้เป็นความผิดทางแพ่งแบบในประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่ ดังนั้นมีโอกาสสูงที่ฟีฟี่จะถูกขังคุกและเสียค่าปรับจำนวนมากแค่เพราะแสดงความเห็นต่อมิสเตอร์บราวน์โดยสุจริต

อย่างไรก็ตามในมุมมองของมิสเตอร์บราวน์ชาวตะวันตกที่เสวยพริวิเลดจ์อยู่ในประเทศไทย เขามองว่าตัวเขาเองเป็นเหยื่อ

ในโพสต์ของเขาที่ปักหมุดไว้ด้านบนของเฟสบุ๊ค มีรูปถ่ายร่วมกับทนายของเขาที่ศาลอาญากรุงเทพที่ถนนรัชดาภิเษก เขาบอกว่าเขาเจ็บปวดจากการตกเป็นเหยื่อในโพสต์ของฟีฟี่อย่างมาก จนเขาจิตตกต้องลางานในฐานะอินฟลูเอนเซอร์ไปช่วงหนึ่ง และหมกตัวอยู่แต่ในบ้านสุดหรูที่เขาเคยอวดนับครั้งไม่ถ้วน เขาอ้างว่าที่เขาฟ้องฟีฟี่นี่เพื่อให้เป็นมาตรฐานในการต่อต้านการบุลลี่

ผมได้ติดต่อไปที่มิสเตอร์บราวน์เพื่อสอบถามเรื่องราวในฝั่งของเขา และเขาก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมงเพื่อเขียนแถลงการณ์แล้วส่งมาให้ผม เขาอ้างว่าเขาไม่ได้พูดถึงการเมืองไทยมาหลายปีแล้ว แต่ที่ผมเห็นคือเขาก็ยังโพสต์ภาพโหนเจ้าอยู่จนถึงปี 2562 เป็นอย่างน้อย ซึ่ง ณ ตอนนั้นเป็นที่รู้กันแล้วว่าราชวงศ์สร้างหายนะให้กับประเทศ

“หัวข้อในโพสต์ที่ผมถูกโจมตีนั้นมันเกี่ยวกับเรื่องเมื่อหลายปีมาแล้วและไม่เกี่ยวอะไรกับการแสดงความเห็นและความเชื่อของผมที่เป็นปัจจุบัน อย่างที่พวกคุณคงเห็นจากโซเชียลมีเดียของผม ผมไม่ได้แสดงความเห็นอะไรพวกนี้มาหลายปีแล้ว” มิสเตอร์บราวน์แจ้งในแถลงการณ์

บราวน์ยังพูดอีกว่าการวิจารณ์ตัวเขาของฟีฟี่นั้นสร้างความปวดร้าวกับเขาอย่างมาก

“โปรดทำความเข้าใจด้วยว่าการไซเบอร์บุลลี่และการล่าแม่มดนั้นเป็นคนละเรื่องกับ freedom of speech ซึ่ง freedom of speech ไม่ได้ให้สิทธิ์คุณในการจะโพสต์ดูถูกหรือสร้างความเกลียดชังกับคนอื่น”

ผมถามเขาว่ามีข้อความตรงไหนของฟีฟี่ที่หมื่นประมาทคุณบ้าง รวมถึงเขาเคยนึกอยากขอโทษคุณโรสที่เขาเคยด่าและบุลลี่เธอบ้างไหม แต่เขาก็ตอบผมไม่ได้

ตอนนี้ฟีฟี่กำลังหวาดกลัวที่มิสเตอร์บราวน์พยายามจะใช้กฎหมายอาญาข้อหาหมิ่นประมาทมาฟ้องเธอและกำลังมีปัญหากับอาการวิตกกังวล ครอบครัวของเธอก็ตกอยู่ในความกังวลเช่นกัน แต่เธอยืนยันว่าจะไม่ลบโพสต์ในกรุ๊ปรอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลสนั้นเพราะเธอเชื่อว่าเธอไม่ได้ทำอะไรผิดและเธอมีสิทธิ์จะแสดงความเห็นได้

ผมได้คุยกับเธอวันนี้ เธอบอกว่า “ฉันแค่ถามคำถาม แต่ว่าตรงไหนคือคำตอบล่ะ? ตกลงเขาแกล้งเป็นรอยัลลิสต์จริงมั้ย? ถ้าเขาอยากเคลมว่าความรักของเขาต่อราชวงศ์นั้นเป็นของจริง ฉันก็อยากจะเห็นเขาพูดชื่นชมวชิราลงกรณ์ทุกวันให้สมบทบาทรอยัลลิสต์ที่ดีแค่นั้นเอง”